มีวินัยในตนเอง ยอมรับและถือปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาท
ขนบธรรมเนียมและแบบแผนอันดีงามของสังคม การปฏิบัติตาม
กฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตรงต่อเวลา การ
อุทิศเวลาให้ราชการ ซื่อสัตย์สุจริต รักษาผลประโยชน์ของทาง
ราชการ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน รักษาความสามัคคี มี
น้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนร่วมงาน องค์กรและชุมชน
สภาพปัญหา
มวยไทยเป็นศิลปะการป้องกันตัวที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของไทย ปัจจุบัน “มวยไทย” ได้รับความนิยมจากทั้งคนไทย และชาวต่างชาติในอาเซียนและเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นเกาหลี หรือในยุโรป อเมริกา รัสเซีย ซึ่งมวยไทยเริ่มมีชื่อเสียง ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 และมีชื่อเสียงอย่างมากในต่างประเทศ ในตอนต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 21 ผ่านการถ่ายทอด ทางสื่อต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทย และ ต่างประเทศ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันได้มีการนำมวยไทย มาใช้ทั้งในเชิงการแข่งขันกีฬา และในการต่อสู้ป้องกันตัว นอกจากนั้นการฝึกกีฬามวยไทยสามารถใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้กับบุคคลทั่วไป มวยไทยสืบทอดมาแต่สมัยโบราณ จนเป็นที่ยอมรับและเผยแพร่ไปทั่วโลก มีการประยุกต์เอาท่าทางของมวยไทยร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อใช้ในการบริหารร่างกาย หรือการออกกำลังกายสไตล์ไทยประยุกต์ที่นำศิลปะแม่ไม้มวยไทยมาผสมผสานกับการเต้นแอโรบิค โดยใช้ร่างกายเป็นอาวุธทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก และเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลง ที่เรียกว่า คีตะมวยไทย ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่สามารถทำได้ในกลุ่มบุคคล ทุกวัย แม้กระทั่งในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ปัจจุบันได้นำเนื้อหาเกี่ยวกับมวยไทย และรูปแบบการประยุกต์ร่วมกับคีตะมวยไทยมาใช้เป็นเนื้อหาในรายวิชาพลศึกษามากขึ้น สำหรับการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม นักเรียน หรือเยาวชนเป็นกลุ่มที่สามารถ เข้าถึงได้ง่าย และเป็นกลุ่มที่ถือเป็นทุนทรัพยากรมนุษย์เหมาะกับการปลูกฝังให้มีความรู้ ความสามารถ และมีความภาคภูมิใจในศิลปะวัฒนธรรมของไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นการปลูกฝังเรื่องการออกกำลังกายแล้วยังส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการอนุรักษ์ศิลปะของไทยด้วย และเพื่อเป็นการส่งเสริมอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปะมวยไทย อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ของประเทศ และปลูกจิตสำนึกให้เยาวชน และประชาชน ตระหนักถึงความสำคัญของศิลปะมวยไทย รัฐบาลจึงได้สนับสนุนให้มวยไทยเป็นหนึ่ง SOFT POWER ด้วย ดังจะเห็นได้จาก ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนโครงการคีตะมวยไทยสู่นานาชาติ “มรดกไทยสู่มรดกโลก” ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กับสมาคมกีฬามวยไทย (คีตะมวยไทย) สอดคล้องกับนโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” ของพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยคีตะมวยไทย เป็นกิจกรรม ที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้รู้จัก “แม่ไม้มวยไทย” ภูมิปัญญาการป้องกันตัว ที่บรรพบุรุษมอบไว้เป็นมรดกแก่ชาวไทยทุกคน ให้นักเรียนได้ภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาที่ทั่วโลกให้การยอมรับ และเป็นการเรียนรู้ผ่านการฝึกปฏิบัติ ลักษณะ “Play and Learn” ทำให้นักเรียนได้เคลื่อนไหวร่างกายประกอบจังหวะเพลง พร้อมกับเรียนรู้ ศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างสนุก เพลิดเพลิน เหมาะสมกับวัย และขออัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานให้กับคณะกรรมการสภามวยไทยโลก เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2553 (Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand, 2010) ความว่า กีฬามวยไทยไม่ได้เป็นเพียงกีฬาเท่านั้น แต่เป็นศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ จะเห็นได้ว่าในการแข่งขันนั้นจะต้องมีพิธีไหว้ครู ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ดังนั้น การส่งเสริมกีฬามวยไทยในต่างประเทศ ไม่จำเป็นต้องมองเป็นกีฬาการต่อสู้แต่เป็นศิลปวัฒนธรรมหรือเป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพก็ได้ ซึ่งประโยชน์หรือผลพลอยได้จากกิจกรรมนี้ คือ นักเรียนได้เรียนรู้ศิลปะป้องกันตัวช่วยเหลือตนเองได้ยามจำเป็น มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ได้ฝึกฝนจิตใจให้มีสมาธิ อีกทั้งคีตะมวยไทย หรือกีฬามวยไทย ยังเป็น Soft Power (1 ใน Soft Power ทางวัฒนธรรม ที่สำคัญของชาติสู่ระดับสากลของประเทศ) ที่สามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคต อาจเป็นแรงบันดาลใจสู่การสร้างนักกีฬามวยไทยมืออาชีพ นำไปสู่การสร้างรายได้และความมั่นคงในชีวิต และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติได้
การนิเทศการศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาสมรรถนะของครูผู้สอนคณิตศาสตร์ให้สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกระบวนการนิเทศแบบ
PIDRE ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ 1) การวางแผน (Planning) 2) การให้ความรู้ความเข้าใจในการทำงาน (Informing) 3) การดำเนินการนิเทศ (Doing) 4) การสร้างเสริมกำลังใจ (Reinforcing) และ 5) การประเมินผลการนิเทศ (Evaluating) เป็นกระบวนการที่มีความเป็นระบบและสอดคล้องกับบริบทการศึกษาไทย
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 ในฐานะหน่วยงานปฏิบัติในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมศิลปะของชาติ คีตะมวยไทยให้คงอยู่ในทุกยุคทุกสมัย และการสืบสานต่อเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ถึงคุณค่า และร่วมกันอนุรักษ์ศิลปะมวยไทยนี้ไว้ต่อไป และเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล มีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสนับสนุน และดำเนินการในด้านสุขภาพ ให้กับนักเรียน ให้มีสุขภาพทางด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ ให้มีความเป็นอยู่อย่างมีความสุข ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ สังคม อารมณ์ สติปัญญา โดยการให้นักเรียนสามารถดูแลและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสุขภาพตนเองได้ด้วยการออกกำลังกาย สร้างสุขภาพเพื่อให้มีสุขภาพพลานมัยที่ดี ซึ่งจะเป็น
ภูมิคุ้มกันโรคได้อย่างดี อีกทั้งยังสามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ได้อีกทางหนึ่งด้วย ข้าพเจ้าในฐานะศึกษานิเทศก์ผู้รับผิดชอบการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
สถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา และพลศึกษา ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียน เกิดทักษะด้าน Soft Power คีตะมวยไทย มีศิลปะ
ป้องกันตัว จึงสนใจการนิเทศการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูผู้สอนสุขศึกษาและพลศึกษาด้าน Soft Power การส่งเสริมการจัดการเรียนรู้คีตะมวยไทยในสถานศึกษา ด้วยกระบวนการนิเทศแบบ PIDRE ของโรงเรียนแกนนำด้านการจัดการเรียนรู้คีตะมวยไทย เพื่อส่งเสริม Soft Power ด้านการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้คีตะมวยไทยในสถานศึกษา ขึ้นสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาจำนวน 208 โรงเรียน การขับเคลื่อน Soft Power ด้านการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้คีตะมวยไทย และบูรณาการหลักสูตรคีตะมวยไทยเป็นรายวิชาเลือก กิจกรรมชุมนุมในสถานศึกษา ตลอดจนการส่งเสริม สนับสนุนให้ครูผู้สอนกลุ่มสาระสุขศึกษา และ พลศึกษามีความรู้ ทักษะ ความชำนาญ ในการจัดการเรียนรู้ และถ่ายทอดความรู้ด้านคีตะมวยไทยให้กับนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
จากการที่ผู้จัดทำข้อตกลงได้เสนอประเด็นท้าทาย เรื่อง
ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมขอนแก่น เขต 2 มีกระบวนการนิเทศโดยใช้วงจร PIDRE ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้
กระบวนการ PIDRE ประกอบด้วย
ขั้นที่ 1 วางแผนการนิเทศ (Planning - P) เป็นขั้นที่ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศจะทำการประชุมปรึกษาหารือเพื่อให้ได้มาซึ่งปัญหาและความต้องการจำเป็น ที่จะต้องมีการนิเทศ รวมทั้งวางแผนถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการนิเทศที่จะจัดขึ้นด้วยกัน
ขั้นที่ 2 ให้ความรู้ความเข้าใจในการทำงาน (Informing - I) เป็นขั้นตอนของการให้ความรู้ความเข้าใจถึงสิ่งที่จะดำเนินงานว่าจะต้องอาศัยความรู้
ความสามารถอย่างไรบ้าง จะมีขั้นตอนในการดำเนินการอย่างไร และจะทำอย่างไรจึงจะทำให้ได้ผลงานออกมาอย่างมีคุณภาพ ขั้นนี้จำเป็นทุกครั้งสำหรับการเริ่มการ
นิเทศ ที่จัดขึ้นใหม่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม และก็มีความจำเป็นสำหรับงานนิเทศที่ยังไม่ได้ผล หรือได้ผลไม่ถึงขั้นที่พอใจ ซึ่งจำเป็นจะต้องทำการทบทวนให้ความรู้ในการ
ปฏิบัติงานที่ถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง
ขั้นที่ 3 การปฏิบัติงาน (Doing-D) ประกอบด้วยงานใน 3 ลักษณะ คือ
3.1 การปฏิบัติงานของผู้รับการนิเทศเป็นขั้นที่ผู้รับการนิเทศลงมือปฏิบัติงานตามความรู้ความสามารถที่ได้รับมาจากการดำเนินการในขั้นที่ 2
3.2 การปฏิบัติงานของผู้ให้การนิเทศ ขั้นนี้ผู้ให้การนิเทศจะทำการนิเทศและควบคุมคุณภาพให้งานสำเร็จออกมาทันตามกำหนดเวลาและมีคุณภาพสูง
ขั้นที่ 4 การสร้างเสริมกำลังใจ (Reinforcing-R) ขั้นนี้เป็นขั้นของการเสริมกำลังใจของผู้บริหารเพื่อให้ผู้รับการนิเทศมีความมั่นใจและบังเกิดความพึงพอใจ ในการปฏิบัติงาน ขั้นนี้อาจจะดำเนินการไปพร้อม ๆ กันกับผู้ที่รับการนิเทศกำลังปฏิบัติงานหรือการปฏิบัติงานได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วก็ได้
ขั้นที่ 5 ประเมินการนิเทศ (Evaluating-E) เป็นขั้นที่ผู้นิเทศทำการประเมินผลการดำเนินการซึ่งผ่านไปแล้วว่าเป็นอย่างไร หลังจากการประเมินผลการนิเทศ หากพบว่า มีปัญหาหรืออุปสรรคอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทำให้การดำเนินงานไม่ได้ผลก็สมควรจะต้องทำการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งการปรับปรุงแก้ไขอาจจะทำได้โดยการให้ความรู้ในสิ่งที่ทำใหม่อีกครั้งหนึ่ง สำหรับกรณีที่ผลงานออกมายังไม่ถึงขั้นที่พอใจ หรือดำเนินการปรับปรุงการดำเนินงานทั้งหมดสำหรับกรณีการดำเนินงานไม่ได้ผล และถ้าหากการประเมินผลพบว่าประสบผลสำเร็จตามที่ได้ตั้งไว้หากจะดำเนินการนิเทศต่อไปก็สามารถทำไปได้เลยโดยไม่ต้องให้ความรู้เรื่องนั้นอีกการดำเนินการนิเทศตามวัฏจักรนี้จะเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดนิ่งจนกว่าจะบรรลุผลตามจุดมุ่งหมายที่วางไว้ หรือพัฒนาผู้รับการนิเทศให้เป็นไปตามเป้าหมาย หากต้องการเริ่มนิเทศในสิ่งใหม่หรือตั้งเป้าหมายใหม่ ก็จะต้องดำเนินการตั้งแต่เริ่มแรกอีก
ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
1. เป้าหมายเชิงผลผลิต (Output)
1.1 ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน 208 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 ที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการ Soft Power ด้านการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้คีตะมวยไทยในสถานศึกษา ได้รับการพัฒนาความรู้ ทักษะ ความชำนาญในการจัดการเรียนรู้ ด้านคีตะมวยไทย จนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านคีตะมวยไทย ให้กับผู้เรียนได้
1.2 ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน 208 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 ที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการ Soft Power ด้านการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้คีตะมวยไทยในสถานศึกษา ได้รับการส่งเสริม สนับสนุน นิเทศ กำกับ ติดตาม การขับเคลื่อน Soft Power ด้านการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้คีตะมวยไทยในสถานศึกษา
1.3 มีชมรม “ครูแกนนำคีตะมวยไทย” ระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมให้ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษามีความรู้ ทักษะ ความชำนาญในการจัดการเรียนรู้ และถ่ายทอดความรู้ด้านคีตะมวยไทยให้กับผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง และเข้มแข็ง
2. เป้าหมายเชิงผลลัพธ์ (Outcome)
2.1 ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 ที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการ Soft Power ด้านการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้คีตะมวยไทยในสถานศึกษา มีความรู้ ทักษะ ความชำนาญ ในด้านการจัดการเรียนรู้ด้านคีตะมวยไทยในสถานศึกษา และสามารถถ่ายทอดความรู้ และทักษะด้านคีตะมวยไทยให้กับผู้เรียนได้เป็นอย่างดี
2.2 นักเรียนในโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายที่สถานศึกษาเข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนา ส่งเสริมทักษะกีฬาคีตะมวยไทย และมีขีดความสามารถในการแข่งขัน ในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค จนถึงระดับประเทศ และระดับนานาชาติ (Road Show และ World Championships)
2.3 นักเรียนในโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายที่สถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่เข้มแข็ง มีจิตสำนึกที่ดี และตระหนักถึงความสำคัญ ของศิลปะมวยไทย มีค่านิยมที่ดีในการเล่นกีฬา และออกกำลังกาย โดยใช้กีฬาคีตะมวยไทยในการออกกำลังกาย (Aerobic Muaythai)